Action

now browsing by tag

 
 

สไปเดอร์แมนที่น่าจับตามอง

berdan: ฉันไม่คิดว่าการหายไปในปรากฏการณ์เป็นเรื่องของการเดินทางจากที่ทำงานของเรา ก่อนทั้งในวงนี้และโครงการอื่น ๆ ส่วนใหญ่ของการส่งออกของเรามีรากมาจากความรู้สึกอ่อนไหวอุตสาหกรรม (ยกเว้นของหลอดเลือดดำสำหรับผมซึ่งเป็นวงพั้งค์ไม่ยอมใครง่ายๆตรงไปตรงมาและ บางส่วนของมิวสิกconcrèteสิ่งที่ไรอัน) หากสิ่งนี้น่าจะเป็นโครงสร้างส่วนใหญ่อัตภาพปล่อยร้องเรียนนิวยอร์กโรงงานใน วันที่ เมื่อมอน Cazazza ประกาศเกียรติคุณวลี “เพลงสำหรับคนอุตสาหกรรมอุตสาหกรรม” เขาไม่ได้พูดถึงสื่อที่ควรจะเคยได้รับการโอบล้อมด้วยฝูง ตามคำนิยามรูปแบบนี้ควรจะเป็นน่าเกลียดและปฏิเสธประเพณีดนตรีและศิลปะ แต่ในปี 2014 รูปแบบของเพลงนี้ได้ถึงระดับของการยอมรับในเชิงพาณิชย์ว่ามันอาจจะไม่ควรที่ จะบรรลุ อะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นละเมิดในทศวรรษที่ผ่านมาได้กลายเป็นบรรทัดฐาน จำนวนมากของสิ่งที่ออกมาวันนี้คือ f —- ตัวเอก! ผมเชื่อว่านี่เป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมที่จะมีชีวิตอยู่และชมใหม่กระด้างดนตรี อิเล็กทรอนิกส์กล้าหาญมากขึ้นและว่านี่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของเรามัน ที่ถูกกล่าวว่ามันไม่ควรจะเป็นสำหรับทุกคน ส่วนใหญ่สิ่งที่เรากำลังพูดโดยใช้เพลงเป็นสื่อกลางในอุตสาหกรรมและการสะกด มันออกมาก็คือว่าเราไม่ไว้ใจแรงจูงใจของผู้ชมมวลใด ๆ

มาร์ติน: ผมคิดว่าสื่อของอุตสาหกรรมดนตรีและ / หรือเสียงที่ทำมากที่สุดความรู้สึกได้รับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมของ เราในช่วงเวลาของการก่อตัวของวงและเป็นขั้วตรงข้ามของสิ่งที่ได้รับความนิยม ในช่วงเวลานั้น เราได้รับการผลักดันพร้อมร้องเรียนนิวยอร์กโรงงานจะแสดงความไม่เต็มใจของเรา เพื่อให้สอดคล้องกับคนธรรมดาเพลงใต้ดินปัจจุบัน ถ้าคุณต้องการที่จะแยกกับสิ่งที่ใหญ่เช่นความยากจนหรือสงครามเล่นในวงร็อคทำ ให้ความรู้สึกเพราะมันง่ายขึ้นสำหรับคนจำนวนมากในการย่อย เมื่อคุณกำลังยืนขึ้นกับการขาดความถูกต้องภายในวัฒนธรรมคุณจะต้องเป็นบิตที่ ไม่เป็นทางการมากขึ้น อุตสาหกรรม / เสียงดนตรีเป็นที่คุ้นเคยกับทั้งผมและ Berdan ยิ่งเราสำรวจจุดแข็งและจุดอ่อนของเราภายในประเภทเหล่านั้นข้อความที่เราถัก ทอเป็นผ้าของวงดนตรีที่มีการเปลี่ยนแปลง ผ่านชนิดของการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถที่จะเขียนหายไปในปรากฏการณ์

ฮา ร์ท: ขอลงในอัลบั้มของตัวเอง คุณไม่ได้ไปเกี่ยวกับการเขียนมันได้อย่างไรหกเพลงดูเหมือนจะพอดีกัน ฉันมีปัญหาในการเปิดออกเมื่อผมกดเล่น

มาร์ติน: อัลบั้มที่เขียนรอบชุดชีวิตที่เราดำเนินการในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาในบรูคลิ วงดนตรีที่เพิ่งผ่านไปการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงบางอย่างและการหวนกลับ กลับมาให้ฉันและ Berdan (ในขณะที่เราเริ่มต้น) เมื่อเราได้ขอให้เล่นสถานที่ที่เรียกว่านรกในบรูคลิเราเขียนเพลงใหม่ บางอย่างที่จะเล่นออกสดซึ่งจบลงด้วยการกลายเป็น “ผลิต” และ “ลืม”. ปฏิกิริยาของผู้คนที่เราเขียนมากขึ้นเพลงตามจังหวะเป็นบวกขาดลอย คนเริ่มที่จะฟังเรามากขึ้นอย่างระมัดระวัง หลังจากที่แสดงให้เห็นว่าไม่กี่ฌอนสีเทาของแผ่นเสียงอุบัติเหตุบุคคลขอให้ เราทำบันทึก

มิติใหม่ของโรงหนัง

เช่นเคย สิ่งที่ทำให้ สเตแธม เช่น ความสุขที่จะ ดูและ ราก หา คือความมุ่งมั่น ของเขา ที่แน่นอน เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ ว่าจะเป็น ช่วงเวลาที่ เงียบสงบกับลูกสาว หรือ ลำดับ การกระทำของเขาที่คุณ ไม่เคยได้รับ ความรู้สึกที่ผู้ชายจะให้ อะไรที่น้อยกว่า 100% และ นี้กับ ไม่ได้ คำใบ้ของการประชด แม้ กีฬา ชิ้นผมหัวเราะ ในระหว่างการเปิด10 นาที การส่งมอบ ของเขาคือ ทั้งหมด แม้จะมี ช่วงเวลาที่ ตรง การ์ตูน บางคน ( โดยเจตนา และไม่ ) เป็นผลให้ ยังคง Homefrontบู๊ ง่าย รื่นเริง (จำ ประเภทที่ ?) มากกว่า ลงไป ขยิบตา ตัวเอง ล้อเลียน และการที่ อยู่คนเดียวความพยายาม ทั้งหมด ควรได้รับการ ยกย่อง

ดึง คน ห้าว แต่ น่ารัก ของเขา ในการเล่น อีกครั้ง Statham เป็นดาวตัวแทน DEA ชื่อ แอ็ปเปิ้ล ฟิ เกอร์ โบ รคเกอร์ ที่เพิ่ง เป็นม่าย กำลังนอนอยู่ ในระดับต่ำ ในชนบท หลุยเซีย กับลูกสาวของเขา หลังจากที่ถูก โดน เป็น ลูกสนิชในขณะที่ ทำงาน สายลับ ในแก๊ง นักขี่จักรยาน การซื้อขาย ยาเสพติด แต่ ยังไม่ทัน ได้ เขานั่ง ในบ้าน ใหม่ ของเขามากกว่า ชีวิตของเขา คือการวาง ภายใต้การคุกคาม โดยบาง เร็ดเน็ ลำบาก ที่ ที่ดินเขา ภายใต้จมูก ของ เจมส์ฟรังโก ที่ ปรุงอาหาร ปรุงยา ท้องถิ่น เกเตอร์ ก่อน ที่คุณจะ สามารถบอกว่า ‘ เกิดเมื่อวันที่ ลำธาร ที่ มี ลักษณะของการ ไม่พอใจ ที่จะลง ทุกช้ำ และ สถานี ก๊าซ เลือด ทะเลาะ ,ลูกแมว ที่ถูกลักพาตัว ยาง เฉือน และ บุญ บ้านนอก มาก จริงๆ ก็ เป็นเพียง การปั่น บน คนนอก ที่ ruffles ขน ในชุมชนท้องถิ่นและจากนั้น เมื่อ กลับมาต่อสู้ ผลัก ไกล เกินไป มักจะ เป็นไปเพื่อประโยชน์ สูงสุด ของชุมชนอื่น เห็นทุกอย่าง จาก สุนัขฟาง (1971 ) ที่จะ อยู่บนพื้นดิน ตาย (1994)

สถานที่ ใต้ บรรยากาศ ลึก ถูกยิง ดีกับotherworldliness หมอก กับพวกเขา ใน ขณะที่ การตั้งค่าสำหรับการเปิดไพ่ มัน ยิ่ง ทำให้ฉัน ในใจ ของ Hard Target (1993)- มีแม้กระทั่ง ที่ เก่า ที่ชื่นชอบ ของ จอห์นวูรถจักรยานยนต์ เป็น ระเบิด อุปกรณ์ และ ในขณะที่ ผู้กำกับ แกรี่ เฟลเดอร์ ไม่ ได้มีไหวพริบ ของ วูเขาไม่ ตรง กับการตรวจสอบว่า มือและฉากต่อสู้ ที่สำคัญทั้งหมด ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไร้ความปราณี ใน ขณะที่ หน้าที่ การโจมตี Statham เข้าสู่ พันธะ เด็ก ใน ที่ปลอดภัย เป็นเรื่อง ที่น่าอึดอัดใจ ที่นี่ เป็นพ่อเขา สวมใส่ ตัวเอง เป็นอย่างดีและการทำงาน แบบไดนามิก แม่ / ลูก ก็ จะยิ่ง มีเสน่ห์ มาก ในช่วงเวลา ที่มี Isabella Vidovic ( เป็นลูกสาว ของ โบรคเกอร์ ) คะแนนคะแนน เป็น ทั้ง สดชื่น ก้าวร้าว และความเสี่ยง โดยไม่ต้อง กรีดร้อง ไม่หยุดหย่อน ไร เดอร์ เป็น ประโยชน์ เป็น แฟน meth หัว จระเข้ และ ฝรั่งเศส เป็นส่วนเบี่ยงเบน สนุก จากการ์ตูน เช่า หัวขโมย คนเลว บทบาทอาจจะ กลายเป็น

มัน เป็นเรื่องง่ายสำหรับ เสียงหัวเราะ ของผู้ชม คนอื่น ที่จะ ทำลาย ภาพยนตร์ ประเภท เหล่านี้และคุณ อาจจะ เหนื่อยกับการ schtick นี้ (ตาม รายรับ การแสดงละคร เพื่อ การตวัด Statham นำ มา แบก ออก ) แต่ เอาไว้ใน เงื่อนไขของตัวเอง และมี ความสมบูรณ์ ที่จะ Homefrontและ เป็นอมตะ Statham ของโรงเรียนเก่า พระเอก การกระทำ คนที่แต่งตัวประหลาด ที่ยาก ซึ่งผม หวัง เป็นอย่างมาก อย่างต่อเนื่อง สำหรับการที่ดีในขณะที่ ยัง

การเลือกบทในการทำหนัง

Harryhausen ผู้บุกเบิกของการเคลื่อนไหวหยุดการเคลื่อนที่ได้รับรางวัลออสการ์สำหรับ เทคนิคพิเศษกับ 1949 ของ Mighty Joe Young, เกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยกลิงยักษ์

เขาเดินไปสร้างสัตว์ที่น่าจดจำ เช่น pterodactyl ที่ลักพาตัวราเคลเวลช์ในหนึ่งล้านปีก่อนคริสตกาล และทหารโครงกระดูกเคลื่อนไหวในเจสันและโกนอ

ในขณะที่เขาบอกว่าเขาพยายาม “ไม่ให้มี [พวก] เพราะคนอื่นอิจฉา” ในท้ายที่สุดเขาก็เลือกรายการที่ชื่นชอบ

“มอน สเตอร์ที่ชื่นชอบของฉัน” เขาบอกขั้นต้น “เป็นคนที่ซับซ้อนมากขึ้น. เช่นไฮดรามีเจ็ดหัวที่คุณต้องมีชีวิตและโครงกระดูกเจ็ดเอามากของเวลาและแน่ นอนแมงกะพรุนใน Clash of Titans . เธอเป็นภาพที่น่าสนใจที่จะเคลื่อนไหว

“ผม มีให้ 12 งูในผมของเธอทั้งหมดที่เป็นภาพเคลื่อนไหวที่จะย้ายในความกลมกลืนกับส่วนที่ เหลือของร่างกายที่นอกเหนือจากการให้ของเธอคันธนูและลูกศรและหางงูกะปะของ

“ดังนั้นภาพที่ซับซ้อนมากขึ้นเหล่านี้ผมพบว่าน่าสนใจมากขึ้นไปกว่าชีวิตที่เรียบง่ายรูปปกติฉันคิดว่าคุณจะเรียกมันว่า.”

 

Ray Harryhausen ผู้ที่เสียชีวิตในวันอังคารลอนดอนเมื่ออายุ 92 กลายเป็นหลงใหลกับภาพเคลื่อนไหวหลังจากที่ได้เห็นคิงคองใน 1933 เขาเดินตรงไปที่จะสร้างบางส่วนของมอนสเตอร์ที่น่าจดจำมากที่สุดของฮอลลีวู้ดเก่าจากไดโนเสาร์ที่ตำนานสัตว์

มอนสเตอร์ของเขา แต่ไม่เคยถูกหย่าสมบูรณ์จากโลกแห่งความจริง

“ฉันทำมากของการวิจัยเมื่อฉันสร้างสิ่งมีชีวิต” เขาบอกกับอากาศบริสุทธิ์ของเทอร์รี่ขั้นต้นในปี 2003 “ผมชอบที่จะทำให้เขามีเหตุผลที่ทฤษฎีของฉัน:.. คือว่าถ้าคุณทำให้พวกเขามากเกินไปที่พูดเกินจริงเกินไปคุณจะสูญเสียผู้ชมของคุณเพราะพวกเขากำลังเพียงชิ้นพิลึกของ whatnot คุณไม่ทราบสิ่งที่พวกเขาค่อนข้างเป็นดังนั้น. ฉันพยายามที่จะให้พวกเขาภายในความสามัคคีของสิ่งที่พวกเขาเคยเห็น. ”

 

วิจารณ์หนัง A Good Day to Die Hard

A Good Day to Die Hard (John Moore,2013) – 6/10

ด้วยความที่ตัวหนังดั้งเดิมหรือ จอห์น แมคเคลน ที่เราได้เห็นครั้งแรกนั้นมันช่างมีสเน่ห์ และมีความเป็นออริจินัล และสร้างรูปแบบแนวทางวามมันส์เฉพาะตัวในซีรี่ส์ของตัวเองขึ้นมาได้ จนสามภาคแรกได้จบป การกลับมาของภาคสี่ก็ ยังคงความตายยากในแบบร่วมกับยุคปัจจุบันได้ดีในระดับที่ดูสนุก ไม่ขัดอกขัดใจเท่าไหร่นัก แต่ก็พอจะได้เห็นเค้าางของความเอ็ดตะโรตามแบบหนังแอคชั่นสมัยนิยม และการเป็นยอดมนุษย์ที่ตายยากเกินมนุษย์มนาขนานแท้

การกลับมาในภาคนี้พร้อมทั้งกล่าวว่าจะไปรัสเซีย และพะบู๊พร้อมกับลูกชายที่ไม่เคยมีการกล่าวอ้างอิงมาก่อนในภาคก่อนก็ทำให้ ชวนสงสัยไมน้อยว่าเอ เหมือนมันจะพยายามสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่โดยไม่ได้สนใจความสมบูรณ์ในเนื้อหา ของตัวหนังชุดนี้หรือไม่ และเมื่อได้ดูหนังจริงๆก็คงต้องพบกับคำตอบที่ไม่ตรงคำถามแต่ตรงกับความอยาก รู้กลับมา

ในตัวหนังภาคนี้ดำเนินเรื่องดูสั้นๆ และสับสนเป็นอย่างมาก กล่าวคือตัวหนังลำดับเรื่องราวและการดำเนินเรื่องแบบชวนงงๆว่าแล้วอะไรไปมา ยังไงนะ นอกจากนี้ยังมีการให้บีทของฉากแอคชั่นมาแค่สามจังหวะเท่านั้น ซึ่งถึงแม้จะพยายามเทความสนุกสนานระเบิดเอ็ดตะโรให้คนดูได้ดูกันอย่างยาวนาน แล้ว มันก็กลับกลายเป็นว่า มันดันไปลดทอนในส่วนของการดำเนินเรื่อง หรือการลำดับเรื่องราวไปจนหมดสิ้น จนได้เห็นแต่ฉากแอคชั่น ไล่ล่า แต่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรเท่าไหร่นัก ซึ่งแม้กระทั่งภาคสี่ก็ยังทำได้ดีกว่านี้มากจนเราเทียบความรู้สึกกันไม่ติด

การเลือกตัวลูกชายมาก็ดูจะเห็นได้ชัดว่าไม่มีรัศมีหรือคาแรคเตอร์แบบที่สมัย เก่าก่อนวิลลิสเคยสร้างไว้ อาจจะด้วยส่วนหนึ่งหนังมีความแอคชั่นตามสมัยนิยมเน้นความอลังการพังทลาย ต่างๆ จนตัวหนังเองก็ขาดเอกลักษณ์ เมื่อ ไจ มาเล่นเป็นตัวลูกก็แทบจะทำให้หนังดับไปได้เลยทันควัน และยิ่งเมื่ออยู่คู่วิลลิสเท่านั้นที่เราจะได้เห็นความต่างของสเน่ห์และความ เก๋าของตัวละครที่แตกต่างกัน

ในส่วนถัดมาก็คือการเล่นหยอกล้อกับความเป็นคนแก่ของ แมคเคลน จนกลายเป็นว่าช่วงเวลาแห่งการสบถค่อนขอดสิ่งต่างๆรอบตัวทำให้เขาดูเหมือนไม่ ได้ตระหนักถึงวิกฤตที่เกิดรอบตัวใดๆทั้งสิ้นจนตัวละครดูเหนือจริงไปในทันที

ส่วนที่ยังดีหน่อยก็คือฉากแอคชั่นที่พอจะสร้างความรู้สึกบางอย่างได้บ้าง การขับรถไล่ล่าที่ไม่ได้ใช้การถ่ายให้ดูเป็นการขับรถไล่ล่าตามแบบหนังแอ คชั่นรถไล่ล่าทั่วๆไป ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกซ้ำซากเท่าไหร่ เพียงแต่มันก็ยาวนานและไม่ได้ขับเน้นความสมจริงผ่านตัวละคร และก็เอ็ดตะโรจนมันดูน่าเบื่อไปหน่อย หรือการใช้ภาพสโลว์โมชั่นในหลายๆฉาก ซึ่งยังพอจะเรียกความรู้สึกใดๆได้บ้าง ถึงแม้มันจะน่าเบื่อและซ้ำซากไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้หนังไม่เหลืออะไรดี ไปซะทีเดียว

วิจารณ์ Person of Interest Season 1

Person of Interest Season 1

Person of Interest Season 1 (Creator – Jonathan Nolan,2011) – 8.5/10

ในตอนแรกและตอนถัดมาไม่กี่ตอนของซี่ซั่นนั้นค่อนข้างผิดหวังอยู่บ้างเล็ก น้อย แต่เมื่อดำเนินเรื่องไปถึงตอนที่ 5 เรื่องก็ดำเนินอย่างหนักข้อมากขึ้นโดยการพูดถึงความดีสีเทา ที่ว่าใน การที่เราจะช่วยชีวิตใครซักคนเอาไว้ได้ มีที่มาจากการที่เราสอดส่องแทรกแซง หลอกลวง ล่วงล้ำเข้าไปในชีวิตคนคนนั้นมันเป็นความถูกต้องแล้วหรือเปล่าที่ในทางหนึ่ง เรากำลังละเมิความเป็นส่วนบุคคลของเขา แต่เราก็ช่วยชีวิตเขาไว้ได้

นอกจากนี้ตัวเรื่องในแต่ละตอนยังมีการวางจังหวะล่อหลอกคนดูและหักมุมหลายต่อ หลายครั้งที่เราจับจุดไม่ทัน และมาในการเปิดเผยเรื่องในจังหวะที่เราประหลาดใจได้อย่างพอดิบพอดี นอกจากนี้ยังมีการค่อยๆเผยภูมิหลังของตัวละครต่างๆออกมาให้เราได้รับรู้ความ คิดความรู้สึกของตัวละครมากพอกับการดำเนินเรื่องไปด้วย

อีกส่วนของเรื่องคือการเล่าเรื่องถึงการแทรกแซงชีวิตประจำวันของคนทั่วไป โดยเล่าผ่านการใช้ภาพแทนมุมมองของกล้องวงจรปิด กล้องจราจรทั้งหลาย แต่ในตอนแรกๆกลับถูกใช้เพียงแค่เป็นฉากทรานซิชั่นไปยังฉากต่อไปเท่านั้น ซึ่งในตอนกลางๆเป็นต้นมาการใช้เทคนิคเหล่านี้ก็ถูกปรับปรุงให้เอามาสนับสนุน การเล่าเรื่องและเพิ่มเหตุผลให้เห็นการตรวจสอบการแทรกแซงชีวิตของตัวเดอะ แมชชีนมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีฉากทรานซิชั่นมากจนเกินควรอยู่บ้าง

สเน่ห์ของตัวละครก็มีความน่าติดตามและเอาใจช่วยอยู่มากโดยความเด่นคงจะอยู่ ที่ตัวละครนักสืบคาร์เตอร์และนักสืบฟัสโก้ ที่คนแรกเป็นคนที่เถรตรงในความถูกต้อง และเถรตรงในหน้าที่อย่างมาก เมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่ต้องเจอบททดสอบความถูกต้องก็นำเสนอให้เห็นความรู้สึก สับสนของตัวละครว่าถ้าสิ่งที่ทำมันผิดมันคุ้มไหมถ้าต้องแลกกับการช่วยชีวิต คนเอาไว้ได้ หรือกระทั่งตัวฟัสโก้ที่ตอนแรกเป็นตำรวจมือสกปรก ทุกจริต แต่การช่วยเหลือชีวิตคนจากเรื่องอันตรายก้ทำให้ตัวเขาค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นคน ที่อยากทำความถูกต้อง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงการต้องจำยอมเป็นตำรวจทุจริตเพื่อแทรกแซงไปหาต้นตอการ ทุจริตเพื่อโค่นล้มอำนาจนั้นๆลงมา ดังจะเป็นการย้ำให้เห็นถึงเส้นแบ่งบางๆในขอบเขตของการกระทำผิดบางส่วนด้วย เจตนาดีที่จะนำไปสู่ความถูกต้อง

ซึ่งนอกจากการวางจังหวะการดำเนินเรื่องในแต่ละตอนจะดึงดูดความสนใจแล้วการ วางโครงเรื่องของภาพรวมก็ยังน่าสนใจอีกด้วย จังหวะการเล่าเรื่องอีไลอัส หรือ แฮคเกอร์รูท ทำให้เราเห็นความเข้มข้นของศัตรูที่สูสีกับตัวเอก ด้วยการค่อยๆเปิดเผยรายละเอียดความลับให้เราได้ติดตามและการเฉือนกันไปมาของ ทั้งสองฝ่าย

นับว่าเป็นซีรี่ส์ที่เล่าเรื่องคุณธรรมผ่านการตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งของความ ถูกต้องและมนุษย์สีเทาผ่านโครงเรื่องที่อิงสมัยอย่างการสอดส่องภัยคุกคาม ด้วยความ ironic บางอย่าง เช่นฟินช์ รักความเป็นส่วนตัวอย่างมากแต่กลับไม่ยี่หระในการแทรกแซงชีวิตคนอื่นด้วย เหตุผลว่าทำเพื่อความถูกต้อง หรืออย่างรีสที่ไม่ยี่หระกับขอบเขตความส่วนตัวใดๆ จนกระทั่งนำไปสู่ความอยากรู้ชีวิตของฟินช์ นับว่าเป็นเรื่องที่อัดแน่นไปด้วยการเสียดสี ร่วมสมัย สนุก ชวนติดตาม และเข้มข้นมากเรื่องหนึ่ง

วิจารณ์หนังThe Losers

The Losers (Sylvain White,2010) – 7/10

หนังที่เนื้อเรื่องก็งั้นๆ การผูกปมเรื่องก็งั้นๆ แต่การเล่าเรื่องทางด้านภาพนั้นมันช่างมันสะใจสุดยอดเหลือหลาย หนังหยิบเอาเนื้อเรื่องเดิมๆมาทำซ้ำๆ ตัวละครแบบเดิมๆมาทำซ้ำๆอีกครั้ง และที่แย่คือการเล่าเรื่องที่ดูกระอักกระอ่วนเดี๋ยวจะให้ไปยังงั้น ยังงี้ หรือตัวละครคู่ตรงข้ามที่ก็ดูตลกแบบแปลกๆไม่น่าจะมีพิษภัยอะไรเลยด้วยซ้ำ

แต่ส่วนที่สนุกสุดๆของหนังก็คือการเล่าเรื่องด้วยภาพที่มีลีลาจัดจ้าน โดดเด่นมาก แค่การย้ายสถานที่หนังก็เปิดสถานที่แต่ละเมืองออกมาอย่างน่าสนใจแล้ว การใช้ภาพช่วยเล่าเรื่องในเชิงแอคชั่นนั้นยิ่งสนับสนุนตัวเรื่องเป็นอย่างดี

โดยรวมๆตัวหนังค่อนข้างงั้นๆ ธรรมดาๆ แต่เพราะความโดดเด่นของภาพที่สนุกสนานเก๋ไก๋ทำให้ความสนุกของหนังเรื่องนี้ อยู่ในระดับที่เอ็นจอยเป็นอย่างมาก แต่ถ้าจะมองกันโดยเนื้อแท้แล้วหนังก็ยังเหนาะแหยะไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเป็น เรื่องเป็นราวเทม่าไหร่นัก

Ruby Sparks

Ruby Sparks (Jonathan Dayton/Valerie Faris,2012) – 8/10

หนังที่ลึกซึ่งและละเอียดอ่อนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงอย่าง มาก และหากจะบอกว่าเรื่องนี้นำเสนอเรื่องด้วยแฟนตาซีของผู้ชายทั้งหลายก็คงจะไม่ ผิดนัก เพราะหนังเริ่มต้นด้วยตัวละครเอ

กที่ เป็นคนซึ่งไร้ปฏิสัมพันธ์ใดๆกับใครทั้งสิ้น ไม่มีแฟนหรือไม่มีแม้กระทั่งเพื่อน และกำลังประสบปัญหาในการเขียนขนาดหนักจนถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์อยู่เป็นประจำ โดยหนังใช้เวลาในการปูตัวละครค่อนข้างดี ชัดเจนทุกข้อมูล ทุกส่วนของชีวิตหนังเริ่มด้วยการปูชีวิตตัวละครให้เห็นว่าเป็นคนแบบไหน กำลังอยู่ในโลกนี้ด้วยความรู้สึกแบบไหน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นแรงบันดาลใจมหาศาลให้กับ เขาในการเขียนหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งเมื่อเขาเขียนไปเรื่อยๆ วันหนึ่งผู้หญิงคนนี้ก็โผล่เข้ามาอยู่ในบ้านของเขา ซึ่งหนังก็ดึงดูดคนดูด้วยการวางให้คนดูอยู่ในสถานะเดียวกับตัวละครเอกที่เรา ไม่รู้ว่าผุ้หญิงคนนี้มีตัวตนขึ้นมาจริงๆหรือแค่เป็นความคิดในจินตนาการ ซึ่งหนังก็ฉลาดในการนำพาให้เราไปเจอกับทางเลือกที่จะทำให้พรเอกได้รู้ว่านาง เอกมีตัวตนจริงๆขึ้นมาโดยการให้ไปพบปะกับคนที่ถูกปูเรื่องราวไว้แต่ตอนต้น เรื่องแล้ว ซึ่งก้ชวนให้คนดูรู้สึกก้ำกึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงนี้หนังก็เทิร์นเข้าสู่พาร์ทโรแมนติคที่พระเอกได้พบเจอกับชีวิตใน ฝันของตัวเองซักทีถัดมาที่จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูจะเป็นการกลับไปเยี่ยมแม่ ที่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นไปอีกว่าตัวละครอย่าง คาลวิน นั้นไม่ต้องการจะมีสัมพันธ์ตอบโต้กับใครใดๆทั้งสิ้น จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูจะมีรอยร้าวเกิดขึ้น จากนั้นพระเอกจึงใช้อำนาจที่มีในการจะเปลี่ยนแปลงรูบี้ให้เป็นอย่างที่เขา ต้องการเปลี่ยนเธอไปเรื่อยๆ ให้เธอเป็นอย่างที่เขาต้องการ ซึ่งจนสุดท้ายไม่ว่ายังไงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่สามารถจะยื้อให้มัน ดำเนินต่อไปได้หนังบอกเล่าเรื่องซ้ำๆ ด้วยเรื่องเล่าซ้ำๆที่ว่า ความรักคือการรักในแบบที่เขาเป็น หรือการที่ตัวละครในนิยายมีชีวิต แต่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคำพูดที่ว่า รายละเอียดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตลอดการดำเนินเรื่องนั้นช่างน่ารักอ่อนหวาน และดึงอารมณ์เราอยู่ตลอด จนเราลืมไปเลยว่าทั้งรูปแบบและสาระแบบนี้ถูกนำมาเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกอีกหนึ่งจุดเด่นก็คือการกำหนดเซทติ้งทั้งบทและด้านการออกแบบงานสร้าง การให้ตัวเอกทำงานเป็นนักเขียนสามารถบอกถึงลักษณะจำเพาะของคนที่ไร้ซึ่ง สังคมทำงานคนเดียว และในอีกนัยหนึ่งคือการเขียนเรื่องราวต่างๆตามใจตัวเองออกมาทำให้เราเห็นตัว ละครตัวนี้ชัดเจนขึ้นในแง่ของลักษณะนิสัย และความสัมพันธ์กับคนรอบตัว และการเซทติ้งบ้านของตัวละครเอกที่ดูขาวโพลนแห้งแล้งไร้สีสัน ไร้ชีวิตใดๆก็ดูจะเป็นภาพสะท้อนความเป็นตัวละครตัวนี้ออกมาได้อย่างดี ซึ่งก็เป็นภาพขัดแย้งกับบ้านของแม่ที่มีความชุ่มชื้น มีสีสันและดูจัดจ้านกว่าตัวละครเอก

สุดท้ายหนังค่อนข้างกินอารมณ์ความรู้สึก แต่ยังเหมือนจะไปไม่สุดทางเท่าไหร่ แต่โดยการเล่าเรื่องแล้วลำดับเป็นขั้นเป็นตอนออกมาได้อย่างดีรายละเอียดครบ ถ้วน ซึ่งถึงแม้อาจจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์มาก แต่ก็สนุกสนานและชวนติดตามอยู่ตลอดเรื่อง

Contraband

ContrabandContraband (Baltasar Kormákur,2012) – 7/10

หนังที่มาแนวโจรกรรมทั้งหลายที่ถูกทำขึ้นในยุคนี้มักจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่า ไหร่แล้ว เพราะมุกเก่าๆเดิมๆของการสร้างจังหวะตื่นเต้นนั้นก็จะเหมือนเดิมๆอยู่ตลอด ซึ่งดันกลายเป็นว่าถ้าจะทำหนังแนวนี้ให้สนุกต้อง

มีหักมุม ซึ่งคนดูก็ดูจนรู้แล้วว่าจะหักมุมความหักมุมก็เลยไม่น่าสนุกเท่าไหร่นักกับหนังเรื่องนี้ก็เช่นกันที่ว่ากันถึงเรื่องการพยายามลักลอบขนของเถื่อน เข้าประเทศ ซึ่งก็ต้องคอยล่อหลอกไม่ให้ถูกตรวจจับได้ว่าขนอะไรเข้ามาและมันอยู่ที่ไหน หนังดูจะมีองค์ประกอบที่น่าสนใจหน่อยตรงที่มีการนำเสนอเรื่องราวของอาชญกรรม ความรุนแรงของธุรกิจผิดกฏหมาย ซึ่งเมื่อนำมาผสมกับหนังโจรกรรมก็ทำให้ดูออกมาไม่ถึงขั้นน่าเบื่อไปซะที เดียวหนังมีจังหวะล่อหลอกหลายครั้งมีทั้งที่น่าตื่นเต้นตามไปด้วยและก็มีทั้งที่ ไม่น่าตื่นเต้นตามไปด้วย เพราะก็เหมือนว่าเราจะแอบรู้ตอนต่อไปอยู่บ้างแล้วเล็กน้อย การดำเนินเรื่องบางส่วนก็เร็วจนเกินไปเช่นจังหวะที่ไปปล้นภาพเขียนจนทำให้ดู เหมือนเหตุการณ์ถูกยัดใส่ๆเข้ามาให้เรื่องมันเกิด อีกจุดที่น่าสนใจก็คือว่าหนังมีการเผยให้เห็นถึงองค์ประกอบต่างๆที่ราย ล้อมอยู่ในเรื่อง ซึ่งเมื่อถึงจังหวะหักมุมหนังก็หักมุมตามที่คาดไว้และมันก็ไม่ยากเกินไปที่ จะเดาว่าอะไรไปอยู่ตรงไหน เพราะก็คงมีไม่กี่อย่างที่มันจะไปอยู่ได้ ซึ่งนี่อาจจะไม่ใช่ปัญหาของหนังเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวแต่เป็นปัญหาของ หนังโจรกรรมทุกเรื่องการดำเนินเรื่องนั้นดูจะน่าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อคลี่คลายโดยให้ตัวเอกสมหวัง ชีวิตผาสุข ได้เงินทองมากมายมีแต่ได้กับได้ ในขณะที่ตัวละครอื่นๆนั้นต้องรับโทษรับผลผิดไปตามๆกัน ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้กำลังนำเสนอวงจรของธุรกิจผิดกฏหมาย ที่เป็นแรงดีดกันไปมาแต่กลับมาจบแบบชีวิตสุขสันต์ทุกอย่างสดใส ดูจะไม่สอดรับกับตัวหนังที่ถูกนำเสนอมาตั้งแต่แรกเท่าไหร่นัก