หนังบู๊

now browsing by tag

 
 

รีวิวหนังชุด ยอดนิยมประจำเดือน

เบสและนักแต่งเพลงชาร์ลี Haden ซึ่งการเล่นและการเจาะคนรุ่นฝีมืออิทธิพลไพเราะของนักดนตรีแจ๊สเรโซแนนเสียชีวิตในเช้าวันนี้ใน Los Angeles เขาเป็นคนที่ 76

ตาย Haden ถูกประกาศโดยบันทึกชื่อของเขา ECM ประวัติซึ่งตั้งข้อสังเกตว่ารู ธ คาเมรอนภรรยาของ 30 ปีและลูกของเขาจอชทันย่า, ราเชลและเพตราได้รับการตอบโดยด้านข้างของเขาในช่วงเวลาของการตายของเขาซึ่งฉลากประกอบ กับ “ความเจ็บป่วยเป็นเวลานาน”. ในปี 2012 เขากับเอ็นพีอาร์ราเชลมาร์ตินเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระหว่างเพลงที่เขาเติบโตขึ้นมากับดนตรีและเขาเป็นที่รู้จักสำหรับ “เมื่อคุณคิดเกี่ยวกับรูปแบบศิลปะ, ดนตรีแจ๊สที่มาจากประเทศนี้และคุณคิดเกี่ยวกับรถไฟใต้ดินและทุกเพลงที่มาจากการต่อสู้ที่แล้วคุณคิดเกี่ยวกับเพลงทั้งหมดมาจากสกอตแลนด์และไอร์แลนด์และอังกฤษใน และแนวเทือกเขาโอซาร์ที่ผมเกิดและเติบโตที่คุณรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งที่จริงๆ “เขากล่าวว่า “เราสามารถได้รับการเกิดที่นี่ในประเทศนี้”.

เป็นไซด์แมน, Haden เป็นเบสสำหรับหลาย ‘วงดนตรีของปี 1960 และ’ นักเปียโน 70 กลุ่มเก่าและใหม่ฝันกลับมารวมตัวเก่งกาจของโคลแมนบางครั้งการตีความหมายองค์ประกอบของโคลแมน เขามักจะดำเนินการในการตั้งค่าคู่ซึ่งนำเขาเข้ามาติดต่อใกล้ชิดกับแก่นแจ๊สเพื่อนเหมือนและ และในปี 1982 เขาแนะนำการศึกษาดนตรีแจ๊สที่สถาบันศิลปะแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมชั้นนำของชนิด

ในการสัมภาษณ์และการแสดงบนเวทีมักจะ Haden พูดคุยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของศิลปินที่จะแนะนำความงามในโลกที่ขัดแย้ง “นั่นคือสิ่งที่ผมบอกนักเรียนของฉันที่สถาบันศิลปะแคลิฟอร์เนียที่ผมสอนสำหรับ 27 ปี” เขากล่าวกับมาร์ติน “ผมบอกพวกเขาถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีบางทีคุณอาจจะกลายเป็นนักดนตรีแจ๊สที่ดี”. เป็นบอร์ดที่มีอิทธิพลมาร์กซ์ป่าเถื่อน / ทฤษฎี / การปฏิวัติในฝรั่งเศสและหัวเดิมขององค์กร Situationist ประเทศ การทำงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือหนังสือสังคมของปรากฏการณ์ซึ่งอิทธิพลศิลปะและการสนทนาของปี 1960 ในช่วงปลายกรุงปารีสและถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วนใหญ่สำหรับเอาตัวรอดจากการจลาจลปารีส บอร์ดเชื่อว่าวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการเป็น “เกมหัวเรือใหญ่” ความคิดที่จะล้มล้างได้ commodified และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยพลังที่มองไม่เห็นที่ใช้งานภายในโครงสร้างอำนาจและแล้วขายกลับไปที่ฝูงโดยไม่ต้องมีประสิทธิภาพในอดีตและภัยคุกคาม นี้กองกำลังที่มองไม่เห็นเป็นปรากฏการณ์ ปรากฏการณ์นี้ยังดำเนินการขยายหรือลดค่าสินค้าตามที่เห็นสมควร ใช้เวลาสองสินค้าที่เหมือนกันและตบชื่อแบรนด์ที่หนึ่งของพวกเขา เป็นหนึ่งเดียวกับการสร้างตราสินค้าจะดูดีขึ้นโดยอัตโนมัติ นี้ทำงานในลักษณะเดียวกันในศิลปะและดนตรี: มันไม่ใช่วิธีการที่ดีบางสิ่งบางอย่างมันเป็นเรื่องที่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ดี

ครั้งแรกที่ผมพบในสังคมของปรากฏการณ์ในช่วงวัยรุ่นของฉัน ผมเป็นเด็กที่ไม่ปลอดภัยปัญญา (ในหลาย ๆ ผมยังคง am) และมันเป็นหนังสือที่เก็บไว้ในชื่อที่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ที่ผมชื่นชม เพราะผมอยากที่จะระบุกับเพื่อนของฉันฉันหยิบมันขึ้นมา (ซึ่งเป็นหน้าที่ของปรากฏการณ์)ธีมเพียงแค่ติดอยู่กับฉันจากจุดนั้น ปีที่ผ่านมาผมได้เห็นมันพัฒนาและแปรเปลี่ยนไปในอัตราที่น่าตกใจและรู้สึกว่ามันมากขึ้นและใช้งานมากขึ้นในชีวิตของฉัน ผมเชื่อว่าคนบอร์ดที่ถูกต้องเกี่ยวกับทุกอย่างสวยมาก

มาร์ติน: ครั้งแรกที่ผมมาในหนังสือเล่มนี้แล้วต่อมาบอร์ดของงานเขียนอื่น ๆ ในช่วงวัยรุ่นของฉัน / ยุค 20 ต้นเมื่อผมเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของฉันกับเพลงใต้ดินและวัฒนธรรมและเริ่มการสำรวจลู่ทางอื่น ๆ เพื่อหาคำตอบบางอย่าง การเคลื่อนไหวเช่น Situationists ให้ฉันมากที่จะทำงานกับและช่วยให้ฉันในรูปแบบความคิดของตัวเองซึ่งผมยังคงพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงหลายปีต่อมา

มารยาทในโรงหนัง

 

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาผมเอาแม่ของฉันไปที่ร้านอาหารที่ผมกำลังทบทวน ใน ช่วงเย็นนี้ผมเน้นให้คำแนะนำ (“กินตัวนี้หรือไม่อาหารฟรี”) เป็นสิ่งที่ทุกคนควรสั่งผู้กำกับประสบการณ์จากอาหารว่างเพื่อขนมหวานจานไป รักหรือเกลียดมันที่ว่าสิ่งที่ทำเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีการวิจารณ์

“ก่อน ที่เคยมีการแข่งขันกับชอบของ Snickers และ Dip สนุก, ลูกอมที่เป็นโดยทั่วไปนุ่มกว่าทอฟฟี่และลึกกว่าในรสชาติคาราเมลนี้กล่าวกัน ว่ามีรากในดอนคาสเตอร์อังกฤษ

น่าแปลกที่ชาวสกอตไม่ได้เป็นแบบดั้งเดิมนอกจากนี้เพื่อ BUTTERSCOTCH แต่อย่างแน่นอนเป็นผู้สนับสนุนรสชาติต้อนรับ เหล้ารัมสีเข้มนอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในระดับความลึกที่ต้องการ “ผมเพียงเกิดขึ้นที่จะรักชั้นที่รสชาติของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะทำให้ สิ่งที่ดังนั้นจึงไม่หวานเพียง” MacIsaac พูดว่า “ผมชอบเบอร์เบิ้นที่การตั้งค่าส่วนตัวของฉัน -. เฉพาะมาร์คชงของ”

และ ในขณะที่ MacIsaac ทำให้ชีวิตของเธอสร้างสิ่งที่หวาน – คัพเค้ก, โดนัท, ขนมหวานหลายชนิดศิลป์ – เธอไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของการเตรียมอ่อนน้อมถ่อมตนมากที่สุดของขนม: ขนมพุดดิ้ง

ง่ายหรือแฟนซีเราจะพามันวิธีที่เราจะได้รับมันใด ๆ
สูตร: เครปเค้กกล้วยด้วยโยเกิร์ตและวอลนัท Butterscotch

เครป สามารถข่มขู่ แต่กระบวนการของการทำให้พวกเขาเป็นจริงมากง่ายกว่าดูเหมือนว่าเมื่อคุณได้ รับจังหวะของมัน มี กระทะ nonstick ที่เชื่อถือได้และคู่ของพายที่มีประโยชน์ – หนึ่งที่จะยกด้านข้างเล็กน้อยเพื่อให้ไม้พายใหญ่สามารถเลื่อนภายใต้เครป – จริงๆจะช่วยให้มีการพลิก สูตรนี้ดัดแปลงมาจากอาหารของ Blogger Deb Perelman ฉันรักว่ามันเป็นกลิ่นฉุนและไม่หวานเกินไปและมันเป็นโชว์ปิดเมื่อมีคนเห็น ทุกคนชั้นสวยงาม

แต่เมื่อฉันถามแม่ของฉันที่จะสั่งซื้อขนมพุดดิ้งที่เธอมองมาที่ผมเป็นถ้าฉันได้ขอเพียงแค่ว่าเธอสั่งไข่เป็ดของทารกในครรภ์ ใช่บัตเตอร์เห็นได้ชัดว่าการพิจารณาแม้เทห์ – และบางทีอาจจะน่าขยะแขยง – โดย septuagenarian อย่างมีความสุขที่จะกินท่อสีดำชะเอม- อีกสี่ปีต่อมาเธอก็ยังจำได้ว่าขนมพุดดิ้งและพูดคุยเกี่ยวกับมันด้วยความเคารพ เนียนในเนื้อและลึกลงไปในรสพุดดิ้งที่มีผีสิงเรา

ปีที่แล้วผมก็ถามว่าจะนำไอศครีมราดหน้านี้ให้เพื่อนของ Hanukkah หลัง จากการค้นหาเว็บได้อย่างรวดเร็วฉันได้อย่างรวดเร็วนั่งลงบนซอสบัตเตอร์, กระตือรือร้นที่จะได้บางสิ่งบางอย่างที่สร้างใหม่คล้ายกับประสบการณ์พุดดิ้ง ที่ มันเป็นความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสายฟ้าฟาดอาหารและฉันได้ความคิดที่จะจุ่ม latkes อบอุ่นเป็นซอส (เครื่องหมายคำพูดของฉันจะมีการทดลอง Latke ซันเดย์อย่างเป็นทางการในบางจุด.)

ก่อน ที่จะไม่ต้องแข่งขันกับชอบของ Snickers และ Dip สนุก, ลูกอมที่มักจะนุ่มกว่าทอฟฟี่และลึกกว่าในรสชาติคาราเมลนี้กล่าวกันว่ามีราก ในดอนคาสเตอร์, อังกฤษ – ไม่สกอตแลนด์ขณะที่บางคนเชื่อว่า มัน อยู่ในเมืองนี้ Yorkshire ว่าซามูเอลพาร์มีรายงานว่าเริ่มทำขนมใน 1817 และบัตเตอร์ของเขามาเป็นที่รู้จักกันเป็นขนมสำหรับรุ่นของ Brits
เกี่ยวกับผู้เขียน

Rina Rapuano เป็นนักเขียนอิสระและอาหารทานร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตันดีซีเธอ เขียนอย่างสม่ำเสมอสำหรับเว็บไซต์ของ CityEats อาหารเครือข่ายและนิตยสารไฟล์หน่วยงานของรัฐและได้เขียนครอบคลุมสำหรับส่วน อาหารวอชิงตันโพสต์และนิตยสารวอชิงตัน เมื่อเธอไม่ได้ลากสามีและลูกสองคนของเธอไปยังร้านอาหารพื้นที่เธอมักจะอยู่ในห้องครัวทำอาหารอบหรือด้อมคุกกี้ ค้นหา Rapuano Twitter ที่

ใน ขณะที่ไม่มีวิธีที่แท้จริงของการกำหนดว่าทำไมบัตเตอร์ออกไปของแฟชั่นผมใส่ เงินของฉันในบรรดาชิปขนมสถุลพุดดิ้งขนมทันทีและขุยเกรอะกรังลูกอมขนมตกปลา จากด้านล่างของกระเป๋าเงินของคุณยายว่ามีบางสิ่งบางอย่างจะทำอย่างไรกับการ ลดลงของ .

แต่ผมเคยเห็นลางเลือนของการกลับมา เชฟเพสตรี้วอชิงตันดีซีตาม MacIsaac ทิฟฟานี่, ขนมหวานที่สร้างสำหรับกลุ่มร้านอาหารย่าน, กล่าวว่าพวกเขามักจะมีขนมในมือ “เราวางมันลงบนพุดดิ้งทอฟฟี่เหนียวของเรา” เธอกล่าว “ฉันมันก็ยังขึ้นอยู่กับโดนัทที่นี่.” นั่น เป็นโดนัทขนม Bourbon-ราดด้วยเบคอนบ้านหายขาดพบได้ที่ บริษัท ร่วมทุนใหม่กลุ่มร้านอาหารของไก่ทอดและ Doughnuts สด GBD ในกรณีที่คุณสงสัย “ทุกคนไม่ได้กับเมเปิ้ล แต่ฉันอยากจะทำอะไรที่แตกต่างกัน.”

เธอ แม้ toying กับความคิดของขนมสตรอเบอร์รี่กับมิโซะขาวและซอสบัตเตอร์สำหรับฤดูใบไม้ผลิ – ให้มันทันสมัยมากและ bucking ความคิดที่ว่าบัตเตอร์เป็นหนักรสเย็นสภาพอากาศ “มันแน่นอนสิ่งที่ฉันเล่นรอบที่มีจำนวนมาก.”

MacIsaac พูดว่าแตกต่างระหว่างบัตเตอร์และคาราเมลคือสูตรขนมประเพณีที่เกี่ยวข้องกับ น้ำตาลทรายแดงและเนยในขณะที่คุณสามารถทำคาราเมลเพียงโดยการปรุงอาหารน้ำตาล ทรายขาวจนกว่ามันจะดี caramelizes “คาราเมลมีรสชาติเผามากขึ้น แต่ขนมมีรสหวานเพราะไม่ได้สีเข้มขึ้นมาก” เธอกล่าว

 

หนังสุดมันส์ Zero Dark Thirty

Zero Dark Thirty

Zero Dark Thirty (Kathryn Bigelow,2012) – 9/10

ในประวัติศาสตร์แต่ละช่วงเวลาก็มักจะมีเหตุการณ์ที่เป็นสงครามประจำช่วง นั้นๆให้คนแต่ละยุคได้มีความรู้สึกเปราะบางอยู่เสมอ ซึ่งในยุคปัจจุบันเห็นทีจะหนีไม่พ้นสงครามก่อการร้ายระหว่างอเมริกา และฝ่ายก่อการที่นำโดยบินลาเดน เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มประทุขึ้นในเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งในตอนนั้นทั่วโลกรู้ได้ทันทีว่าสงครามกำลังเกิดขึ้น และมิอาจจะจบลงได้ง่ายๆ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่ออเมริกาเหมือนกำลังทำสงครามอยู่กับเงา เพราะอีกฝ่ายสามารถหลบซ่อน แฝงเล้น และก่อการได้อย่างเงียบเชียบไม่มีที่มั่น หรือละแวกอาศัยที่สามารถระบุและกวาดล้างได้อย่างชัดเจน ปีแล้วปีเล่าที่สงครามนี้ดำเนินไปภายใต้ความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของคุณค่า ความเป็นมนุษย์ การเมือง และความถูกต้อง ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้เล่าเรื่องของผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการตามล่าตัวบิน ลาเดน

โดยหนังเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วง 9/11 เรื่อยมาผ่านการนำเสนอให้เห็นความโหดร้ายของการทรมาน ความสูญเสีย การตอบโต้กันไปมาของแต่ละฝ่าย ซึ่งท่าทีว่าสงครามจะไม่มีวันจบลงง่ายๆเพราะเราไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าอะไรจะ เป็นเหตุให้เรื่องยุติได้ อย่างมากก็คงทำได้แค่เพียงป้องกันวินาศภัยที่จะเกิด แต่ตัวละครมายาได้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างที่มีในการตามล่าตัวบินลาเดนด้วยความ หวังที่ว่ามันจะเป็นการยุติสงครามได้ ซึ่งเราจะได้เห็นความทุ่มเท และการทำงานหนักตลอดระยะเวลาร่วมสิบปีของตัวละคร ซึ่งเหมือนแค่ว่ามันจำเป็นต้องทำแต่เหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด จนสุดท้ายเมื่อเรื่องราวมันยุติลง บินลาเดนถูกสังหารจริงๆ หนังก็ได้ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูได้คิด ซึ่งมันก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่คนดูเองก็ใคร่สงสัยอยู่ดช่นกันนั่นคือ แล้วสงครามนี้สิ้นสุดลงรึยัง เมื่อเรากำจัดหัวหน้าของอีกฝ่ายได้แล้วทุกอย่างมันสิ้นสุดลงหรือยัง และจากนี้ไปเราจะทำยังไงกันต่อไป การตามล่านับสิบปีมันยุติลงแล้วจริงๆหรือ กล่าวได้ว่าตัวหนังเป็นการนำเสนอภาพของสงครามก่อการร้ายที่คลอบคลุมตั้งแต่ การเกิดจนกระทั่งมาถึงจุดยุติลงในยุคสมัย และได้ทิ้งท้ายไว้ตั้งคำถามถึงความว่างเปล่าและสับสนของตัวสงครามก่อการร้าย ครั้งนี้

หนังค่อนข้างนำเสนอโดยให้ตัวละครหญิงเป็นฝ่ายดำเนินเรื่องและมีบทบาทโดดเด่น ชัดเจน จนแว่วว่ามีกลิ่นความเป็นเฟมินิสต์ของผู้กำกับลอยออกมา แต่กระนั้นตัวหนังก็ไม่ได้อวยกันจนเกินท่าทีเพียงแต่ว่าตัวละครที่ดูแวดล้อม นั้นกลับดูแบนๆ และไม่สามารถลงรายละเอียดให้มิติกับตัวละครต่างๆได้เท่าไหร่นัก และนอกจากนี้ก็คือการนำเสนอผู้ก่อการร้ายในแง่มุมที่เป็นคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งแม้กระทั่งบินลาเดนที่นอกจากเราจะยังไม่ได้เห็นหน้าเขาชัดๆแล้ว การตายของเขายังแทบจะไม่ได้เห็นตัวเขาเลยด้วยซ้ำไป

ความโดดเด่นอยู่ที่ความกดดันอันมีองค์ประกอบมาจากความเงียบของเรื่อง และดนตรีประกอบที่ค่อนข้างโทนลึก รบกวนจิตใจทำให้ตัวหนังดูมีความกดดันและระทึกตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ควรจะลุ้นก็สามารถเหยียดจังหวะออกไปได้อย่างดีจนสุดท้ายทั้งความ รู้สึกและเนื้อหาก็ทรงพลังจนกระทบความรู้สึกจนตัวหนังวนเวียนอยู่ในห้วงความ คิดได้เมื่อหนังจบแล้ว

The Warrior’s Way

The Warrior’s Way (Lee Sngmoo,2010) – 6/10

หนังมีการเล่าเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อ เนิบช้า ย้วยไม่กระชับประเด็นเท่าที่ควร ในการดูในช่วงแรกเริ่มรู้สึกว่าการเล่าเรื่องเหมือนกับการเล่าแบบซีรี่ส์ มากกว่าหนัง เพราะว่าค่อนข้างย้วย และเรื่อยเปื่อย ซึ่งก็ค่อนข้างเป็นยังงี้อยู่ตลอดทั้งเรื่อง งานการผลิตโดยรวมๆมีองค์ประกอบแปลกๆมากมาย ซึ่งดูแล้วชวนให้รู้สึกพิกลๆอย่าประหลาด เช่นการออกแบบเครื่องแต่งกาย ของตัวละครแต่ละตัวก็ดูเพี้ยนจนบางตัวดูเหวอไปเลยก็มี หรือการออกแบบภาพที่ดูแล้วแปลกๆกร้านๆ พอเอามารวมกับงานออกแบบแล้วกลายเป็นหนังที่ดูคุณภาพต่ำ ต้นทุนน้อยไปทันที

หนังเล่าเรื่องแบบซ้ำซากเรื่องของบุรุษมือโหดแต่มีด้านที่จิตใจอ่อนโยน ต้องการใช้ชีวิตปกติ บลาๆ ซึ่งก้ทำให้เราไม่ได้สนใจเท่าที่ควร และการผู้เส้นเรื่องตัวละครนั้นแค้นตัวนี้ ตัวนี้มาเจอตัวนนี้ ตัวนี้สู้กับตัวนี้ก็ดูอิรุงตุงนังจนเละเทะไปไม่น้อย ซึ่งสิ่งเดียวที่หนังพอจะเอาคนดูให้อยู่ได้ก็คงมีเพียงฉากแอคชั่นที่อยู่ใน ช่วงท้ายเรื่องเท่านั้น ที่ยาวนานและสะใจเต็มอารมณ์มากๆ

วิจารณ์หนังThe Losers

The Losers (Sylvain White,2010) – 7/10

หนังที่เนื้อเรื่องก็งั้นๆ การผูกปมเรื่องก็งั้นๆ แต่การเล่าเรื่องทางด้านภาพนั้นมันช่างมันสะใจสุดยอดเหลือหลาย หนังหยิบเอาเนื้อเรื่องเดิมๆมาทำซ้ำๆ ตัวละครแบบเดิมๆมาทำซ้ำๆอีกครั้ง และที่แย่คือการเล่าเรื่องที่ดูกระอักกระอ่วนเดี๋ยวจะให้ไปยังงั้น ยังงี้ หรือตัวละครคู่ตรงข้ามที่ก็ดูตลกแบบแปลกๆไม่น่าจะมีพิษภัยอะไรเลยด้วยซ้ำ

แต่ส่วนที่สนุกสุดๆของหนังก็คือการเล่าเรื่องด้วยภาพที่มีลีลาจัดจ้าน โดดเด่นมาก แค่การย้ายสถานที่หนังก็เปิดสถานที่แต่ละเมืองออกมาอย่างน่าสนใจแล้ว การใช้ภาพช่วยเล่าเรื่องในเชิงแอคชั่นนั้นยิ่งสนับสนุนตัวเรื่องเป็นอย่างดี

โดยรวมๆตัวหนังค่อนข้างงั้นๆ ธรรมดาๆ แต่เพราะความโดดเด่นของภาพที่สนุกสนานเก๋ไก๋ทำให้ความสนุกของหนังเรื่องนี้ อยู่ในระดับที่เอ็นจอยเป็นอย่างมาก แต่ถ้าจะมองกันโดยเนื้อแท้แล้วหนังก็ยังเหนาะแหยะไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเป็น เรื่องเป็นราวเทม่าไหร่นัก

The Expendables 2

The Expendables 2 (Simon West,2012) – 5.5/10

หนังที่พยายามจะเรยกร้องเอาวันวานอันหอมหวานแห่งหนังแอคชั่นยุคเก่าให้หวน กลับมา โดยเอาดารานักบู๊รุ่นเก๋าๆกลับมาคืนจอกันอย่างครบถ้วนที่สุดเท่าที่เราจะ จินตนาการได้ ซึ่งถ้าหากมี สตีเว่น ซีกัล มาอีกคนหนังคงครบอย่างแท้จริง แต่ถึงกระนั้นก็ตามหนังก็เป็นได้แค่หนังพยายามจะหวนเอารูปแบบอดีตมาใช้ เพราะสุดท้ายแล้วหนังก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนุกซักเท่าไหร่ ที่ดูจะรื่นเริงบันเทิงใจก็ดูจะมีแค่การที่เราได้เห็นรุ่นเก่ากลับมาทำอะไร แบบที่เราเคยเห็นเมื่อตอนเขา

หนุ่มๆปัญหาใหญ่ของหนังก็คือการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการแอคชั่น ซึ่งโดยตามหลักสากลโลกที่ฮอลลีวูดนิยมใช้นั้นมักจะเป็นการตัดต่อเร็ว แต่หนังเรื่องนี้ยังกินไปถึงการเล่าเรื่องเร็ว เมื่อเล่าเรื่องเร็วจนเกินไปทำให้จังหวะเรื่องนั้นๆเสีย และคนดูก็ไม่สามารถจะดื่มด่ำกับเรื่องราวได้ดีเท่าที่ควร แล้วก็พาลจะทำให้ช่วงเวลาแอคชั่นนั้นกร่อยลงไปเสียอีกด้วยซ้ำ เพราะเราจะงุนงงว่าอะไรไปมายังไง เมื่อกี๊เกิดอะไรขึ้นบ้าง แทนที่จะเป็นความสนุกตื่นเต้น อีกจุดก้คือการสรางอารมณ์ให้คนดูไม่สะใจเท่าที่ควรอย่างแรกคือเสียงเอฟเฟค ต่างๆที่ไม่ได้ดูเอะอะเอ็ดตะโรขโมงโฉงเฉงเท่าที่ตัวเรื่องมันกำลังดำเนิน อยู่ กลายเป็นเสียงปืนง่อยๆ เสียงระเบิดง่อยๆ ซึ่งเรื่องเสียงก็ยังกินควบไปถึงการออกแบบดนตรีประกอบที่ดูจะแผ่วๆไม่ได้น่า สนุกตื่นเต้น แต่ดูเหมือนเพลงประกอบบ้านผีสิงอะไรซักอย่างส่วนที่ดูจะสนุกสนานที่สุดในเรื่องคือการเอานักบู๊รุ่นเก่าทั้งหลายมาหยอก ล้อกันตลอดที่โผล่ออกมาในเรื่อง ที่สนุกที่สุดน่าจะเป็น ชัค นอร์ริส ที่ถูกหยอกล้อถึงความเป็นบร๊ะเจ้าชัค ขนาดหนัก โดยเฉพาะมุกงูเห่าที่ใครจะไปคิดว่าจะเล่นกันโต้งๆแบบนี้เลย หรือการล้อเลียนคนเหล็กโดยการให้อาร์โนล์ดพูดแต่คำว่า ไอม์แบ๊คๆ อยู่ตลอดจนบรู๊ซ วิลลิซทนไม่ไหว หรือการมาของคำว่า yippy ki yay อะไรต่างๆจำพวกนี้ที่ถูกนำมาเล่นอยู่ตลอดเรื่องทำให้ดูเป็นสีสันที่สนุกสนาน ถึงการล้อเลียนกันเองของดาราดังต่างๆ แต่ผลเสียก็คือทำให้ทีมนักแสดงนำของทั้งเรื่องดูบทบาทน้อยและไม่มีอะไรน่า ติดตามเท่าไหร่

โดยรวมการเล่าเรื่องก็ดำเนินเร็วไปอยู่บ้าง แต่สีสันก็ยังคงมีอยู่บ้าง การติดตามเรื่องไม่น่าสนุกเท่าไหร่เพราะดูไปเรื่อยๆเร็วๆ และการทำฉากแคชั่น หรือการดึงเอาจุดเด่นของตัวละครออกมายังไม่ดีนัก เช่นว่าดารารุ่นเก่าทั้งหลายจะมีคาแรคเตอร์รูปแบบเฉพาะของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ถูกดึงจุดนี้ออกมาเท่าไหร่นัก และฉากไคล์แมกซ์ที่ก็ดูจะเตะต่อยกันแบบงงๆ ตลกๆก็ทำออกมาได้น่าเสียดาย

สุดท้ายนี้ตัวละคร Billy อาจจะเป็นภาพแทนของหนังแอคชั่นสมัยใหม่ที่ตัวละครเป็นแนวทหารมีปมเจ็บปวด ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าหนังแอคชั่นรุ่นใหม่นี้มัน ไม่อึดเท่ารุ่นเก่าเท่าไหร่หรอก และรุ่นใหม่นี่ละที่จะต้องดับสูญไปเพื่อให้รุ่นเก่าต้องออกโรง

Contraband

ContrabandContraband (Baltasar Kormákur,2012) – 7/10

หนังที่มาแนวโจรกรรมทั้งหลายที่ถูกทำขึ้นในยุคนี้มักจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่า ไหร่แล้ว เพราะมุกเก่าๆเดิมๆของการสร้างจังหวะตื่นเต้นนั้นก็จะเหมือนเดิมๆอยู่ตลอด ซึ่งดันกลายเป็นว่าถ้าจะทำหนังแนวนี้ให้สนุกต้อง

มีหักมุม ซึ่งคนดูก็ดูจนรู้แล้วว่าจะหักมุมความหักมุมก็เลยไม่น่าสนุกเท่าไหร่นักกับหนังเรื่องนี้ก็เช่นกันที่ว่ากันถึงเรื่องการพยายามลักลอบขนของเถื่อน เข้าประเทศ ซึ่งก็ต้องคอยล่อหลอกไม่ให้ถูกตรวจจับได้ว่าขนอะไรเข้ามาและมันอยู่ที่ไหน หนังดูจะมีองค์ประกอบที่น่าสนใจหน่อยตรงที่มีการนำเสนอเรื่องราวของอาชญกรรม ความรุนแรงของธุรกิจผิดกฏหมาย ซึ่งเมื่อนำมาผสมกับหนังโจรกรรมก็ทำให้ดูออกมาไม่ถึงขั้นน่าเบื่อไปซะที เดียวหนังมีจังหวะล่อหลอกหลายครั้งมีทั้งที่น่าตื่นเต้นตามไปด้วยและก็มีทั้งที่ ไม่น่าตื่นเต้นตามไปด้วย เพราะก็เหมือนว่าเราจะแอบรู้ตอนต่อไปอยู่บ้างแล้วเล็กน้อย การดำเนินเรื่องบางส่วนก็เร็วจนเกินไปเช่นจังหวะที่ไปปล้นภาพเขียนจนทำให้ดู เหมือนเหตุการณ์ถูกยัดใส่ๆเข้ามาให้เรื่องมันเกิด อีกจุดที่น่าสนใจก็คือว่าหนังมีการเผยให้เห็นถึงองค์ประกอบต่างๆที่ราย ล้อมอยู่ในเรื่อง ซึ่งเมื่อถึงจังหวะหักมุมหนังก็หักมุมตามที่คาดไว้และมันก็ไม่ยากเกินไปที่ จะเดาว่าอะไรไปอยู่ตรงไหน เพราะก็คงมีไม่กี่อย่างที่มันจะไปอยู่ได้ ซึ่งนี่อาจจะไม่ใช่ปัญหาของหนังเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวแต่เป็นปัญหาของ หนังโจรกรรมทุกเรื่องการดำเนินเรื่องนั้นดูจะน่าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อคลี่คลายโดยให้ตัวเอกสมหวัง ชีวิตผาสุข ได้เงินทองมากมายมีแต่ได้กับได้ ในขณะที่ตัวละครอื่นๆนั้นต้องรับโทษรับผลผิดไปตามๆกัน ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้กำลังนำเสนอวงจรของธุรกิจผิดกฏหมาย ที่เป็นแรงดีดกันไปมาแต่กลับมาจบแบบชีวิตสุขสันต์ทุกอย่างสดใส ดูจะไม่สอดรับกับตัวหนังที่ถูกนำเสนอมาตั้งแต่แรกเท่าไหร่นัก