Looper รอจัดต่อวันเกิด

Looper (Rian Johnson,2012) – 7.5/10

หนังว่าด้วยเรื่องที่ปูเรื่องมาตั้งแต่ต้นเรื่อง และคำโปรยว่าการเผชิญหน้ากับอดีต หนังเล่าเรื่องของ คนกลุ่มหนึ่งที่ต้องฆ่าคนจากอนาคตและตุวเองในอนาคตจะต้องถูกส่งกลับมาให้ตัว เองในอดีตฆ่า มีคำเรียกว่าหยุดลูป ใ

นตอนต้น เรื่องหนังค่อยๆปูให้เห็นตัวละคร และระเบียบของดลกในอนาคตอย่างละเอียดจนสามารถขจัดคำถามที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างหมดจด และเรายังพอเห็นแง่มุมบางอย่างของตัวละครเอกด้วย ว่ายอมจะทำทุกอย่างเพื่อเงิน แต่ยังพอมีด้านอ่อนโยนอยู่บ้าง หนังฉลาดที่เล่าเรื่องของโจวัยหนุ่มจนกลายไปเป็นโจวัยแก่ที่ต้องถูกส่งกลับ มาในอดีตเพื่อหยุดลูปของตัวเอง ไม่ได้เล่าเรื่องแต่จากด้านโจวัยหนุ่มที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ตนเองต้อง หยุดลูปอย่างเดียว เพราะถึงแม้การเติบโตของโจไปเป็นโจวัยแก่นั้นจะรวดเร็ว แต่เราก็เห็นวิวัฒนาการของโจอย่างต่อเนื่องว่าในชีวิตของโจต้องเจอกับอะไร บ้าง และไปยุติที่ตรงไหน ทำให้เมื่อโจทั้งสองมาพบกันทำให้ทั้งสองตัวละครมีแรงดึงดูดเฉพาะตัว เพราะเราต่างก็เห็นชีวิตของตัวละครทั้งสองไปเรียบร้อยแล้ว หนังเหมือนเริ่มต้นเล่าปัญหาของเรื่องว่า การต้องมาเผชิญกับอดีตของตนเองที่ทำให้อนาคตของตัวเองนั้นต้องพบจุดจบที่ไม่ สวยงาม แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆกลับจะเห็นว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่ “ลูป” อย่างที่หนังกำลังพยายามจะพูดถึงหนังกลับกลายจะเป็นเหมือนการสร้างเส้นทางของจักรวาลคู่ขนานไปเสียมากกว่า เพราะกลายเป็นว่าการกระทำในอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงได้และจะส่งผลไปถึงอนาคต ดังนั้นไม่ว่าเรื่องใดๆในอดีตก็สามารถจะกลายเป็นทางเลือกอื่นๆได้อยู่เสมอ ซึ่งต่างจากหนังอย่าง 12 Monkeys ที่หนังนำพาตัวละครเอกกลับมาในอดีตแล้วดันไปสร้างเหตุการณ์ที่ส่งผลไปยัง อนาคตที่ต้องส่งตัวเองในอนาคตกลับมาแก้ไขแล้วก็กลายเป็นตนเองไปสร้าง เหตุการณ์ดังกล่าวให้เกิดขึ้นวนไปวนมา ซึ่งนั่นดูจะเห็นเป็นลูปมากกว่า ดังนั้นจากหนังเรื่องนี้เราจะพบจุดที่น่าสงสัยมากมายเต็มไปหมด ว่าเรนเมคเกอร์เป็นมายังไง แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับตัว โจ เพราะในลูปก่อนหน้า หรือจักรวาลคู่ขนานก่อนหน้านั้น โจก็ไม่เคยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ลูกคู่นี้เลย แต่ก็ยังสามารถกำเนิดเรนเมคเกอร์ขึ้นมาได้ ดังนั้นแล้วการหยุดลูปครั้งนี้จะไปเกี่ยวพันกับการช่วยเหลือเรนเมคเกอร์ได้ อย่างไร เพราะสุดท้ายตอนจบของหนังจะดูเป็นการหยุดลูปได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็อาจจะมีเรนเมคเกอร์อยู่ดี เพราะสุดท้ายแล้วโจก็เป็นตัวละครที่ไม่ได้เป็นตัวหลักของตัวแปรในการกำเนิด เรนเมคเกอร์ และเรนเมคเกอร์มีความโกรธแค้นส่วนตัวอะไรกับลูปเปอร์ถึงต้องส่งลูปเปอร์กลับ มาหยุดลูป ซึ่งจะว่าไปแล้วในลูปเก่าแม่ของซิดก็ไม่ได้ตายเพราะโจที่เป็นลูปเปอร์ดัง นั้นการตายที่เกิดจากลูปเปอร์ก็จะไม่เกิดขึ้น หรือไม่มีความแค้นใดๆกับลูปเปอร์เลยแต่ต้องการส่งพวกเขากลับมาหยุดลูปเฉยๆ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ ลูปเปอร์ ทุกคนต่างรู้ถึงการหยุดลูป ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรนเมคเกอร์ลูปเปอร์วัยแก่จะไม่ถูกส่งกลับมา หยุดลูป ซึ่งไม่เว้นแม้กระทั่งโจเองแต่ทำไมสุดท้ายกลับไม่ไปเผชิญหน้ากับตัวเอง แล้วหาทางยับยั้งการเป็นลูปเปอร์ หรือการพยายามดึงตัวเองออกจากลูปที่ต้องเป็นลูปเปอร์แล้วฆ่าตัวเองในวัยแก่ วนไปวนมาเรื่อยๆไม่จบสิ้น ซึ่งดูจะเป็นการหยุดลูป หรือยุติลูปมากกว่าและการเผชิญหน้ากับตนเองก็ดูจะเป็นการพูดถึง ลูป ได้อย่างตรงจุด เพราะเป็นการพูดถึงวงเวียนของเวลาที่ห้วงกำเนิดจะเกิดเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา ไม่ใช่การนำพาเราไปสู่เส้นทางเลือกใหม่ๆที่เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นตัวแปลในการ หักเหอนาคตกันแน่

หนังเปิดเรื่องออกมาได้อย่างสนุกสนานและน่าสนใจมาก แต่เมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆไปจนถึงช่วงกลางเรื่องก็ค่อนข้างน่าเบื่อและดู ยืดเยื้อไปบ้าง และก็ดูจะไม่เข้าประเด็นความเป็นลูปเท่าไหร่ และตอนจบก็กลับมาหักจบแบบเชื่อมโยงกับเรื่องที่เกริ่นไว้ในตอนต้น สิ่งที่ตัวละครน่าติดตามก็คือตัวละครแต่ละตัวมีความต้องการที่ค่อนข้างดี มีแรงปราถนาในการต่อสู้เพื่อใครซักคนมันจึงทำให้ ตัวละครนั้นน่าสนใจ แต่เนื่องด้วยความหลากหลายเหลือเกินทำให้การถ่ายเทน้ำหนักไปที่ตัวละครต่างๆ จึงไม่เท่ากัน ตัวละครโจในวัยแก่จึงไม่เข้มแข็งมากพอทั้งๆที่ตัวละครนี้เป็นตัวที่กุม เหตุการณ์ในเรื่องไว้ และเป็นตัวละครที่เป็นแกนตัวหนึ่งของเรื่อง แต่ถึงกระนั้นหนังยังทำให้เห็นว่ารายละเอียดที่โปรยออกมานั้นครบถ้วนสมบูรณ์ มาก ตั้งแต่การเชื่อมโยงของโจวัยเด็กกับซิดที่ตอบเหตุผลว่าทำไมโจถึงต้องปกป้อง ซิด และการที่ทำให้เห็นว่าโจในวัยแก่ทำไมถึงต้องการแก้ไขอดีตมากขนาดนั้น ตัวละครซาร่าที่เห็นว่าต้องการจะปกป้องลูปตัวเองขนาดไหน และโจวัยหนุ่มว่าทำไมถึงต้องการหยุดลูปนี้ซะ ซึ่งถ้าหากหนังมีการร้อยเรื่องราวให้เป็นลูปสมกับที่ตัวหนังกำลังพยายามจะ พูดอยู่จริงๆประเด็นดังกล่าวก็อาจจะเป็นความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งเงื่อนไขของหนังนั้นมีความน่าสนใจอยู่มากด้วยแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าหนังพยายามพาเราไปหานั่นนี่ไปเรื่อยจนเส้นเรื่องออกจาก การอยู่ในลูปซะเอง ก็ทำให้ความสนุกหรือความแน่นของเนื้อหานั้นลดลงไปบ้าง แต่หนังก็ยังคงรักษาระดับความดีเอาไว้ได้อยู่ในระดับหนึ่ง

งานเด่นอีกด้านคือการออกแบบงานสร้างที่ดูจะมีความละเอียดอยู่สุงตั้งแต่ บรรยากาศ อุปกรณ์ประกอบฉากทั้งหลายเช่นรถที่ว่าไม่ใช่รูปแบบล้ำสมัยอะไรนักแต่ดู เหมือนจะมีการออกแบบให้มีการใช้พลังงานรูปแบบอื่น ซึ่งแม้กระทั่งรถที่จอดประกอบฉากเฉยๆยังมีดีเทลของโซล่าเซลล์ นับว่าปราณีตในการใส่รายละเอียดมาก หรือการออกแบบเครื่องแต่งกายที่มีการตีความรูปแบบอนาคตไว้ไม่หลุดโลกจนเกิน ไปแต่ก็ด๊มีความพ้นยุคพ้นวัยสมันปัจจุบันโดยมีเค้าลางของความเปลี่ยนแปลงที่ มีรากฐานมาจากปัจจุบัน และการใช้โทนสีอึมครึม ก็ขับเน้นเนื้อหาของหนังออกมาได้อย่างดีขึ้นไปอีก

สรุปได้ว่าหนังก็มีส่วนที่ดีอยู่หลากหลาย แต่ก้มีส่วนที่ดูจะเขวไปจากสิ่งที่ตัวหนังวางไว้ และก็ยืดเยื้อไปบ้างเท่านั้น