เดอะ อาร์ต ออฟ เก็ตติ้ง

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างมาแนวฟอร์มการเล่าเรื่อง แบบหนังอินดี้ทั่วๆไป แต่น่าเสียดายว่าเทคนิคอินดี้ยอดฮิตนั้นมันไม่สามารถมาเกื้อกูลหักลบปกปิด ข้อบกพร่องของหนังเรื่องนี้ได้เท่าไหร่นัก ซึ่งฟอรมนั้น

ๆก็กลับมาทำร้ายหนังให้มันลดความน่าสนใจลงซะอีกหนังเปิดเรื่องขึ้นมาอย่างน่าสนใจด้วยทัศนคติของตัวละครเอกที่มีต่อโลกใบนี้ การเปิดตัวละครแบบนี้ทั้งกระชับ ชัดเจนและรุนแรงอย่างมาก แต่พอเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆเราก็จะพบว่าความน่าสนใจนั้นมันหายไป และในทางเลวร้ายที่สุดเราจะนึกถึงขั้นสิ่งที่เราเห็นตอนต้นเป็นแค่การปรุง แต่งที่ไม่ได้มาจากเนื้อหาจริงๆด้วยซ้ำไป เพราะความรุนแรงที่หนังเริ่มนั้นมันดันนำพาเราไปสู่เนื้อหาที่ว่าด้วยความ รักของคนที่อยู่นอกสายตา ในส่วนนี้หนังทำออกมาจนแทบจะกลายเป็นหนังรักโรแมนติคอินดี้ จนความเข้มข้นนั้นมันบาวเบาหายไปในพริบตา และเมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆมันก็นำพาไปสู่จุดขัดแย้งประหลาดๆที่ลงเอยแบบ สุขสันต์ชื่นมื่นอย่างประหลาดๆในระดับหนึ่งของการเล่าเรื่องเราไม่เห็นว่าตัวละครตัวนี้คิดอะไรเพราะอะไร เป็นแบบนี้แล้วยังไง เพราะอะไร จะทำอะไรต่อ ทั้งตัวละครนำฝ่ายชายและฝ่ายหญิง หนังค่อนข้างนำพาเราไปติดตามเรื่อยๆโดยไม่ได้มีแง่มุมที่ชัดเจนและละเอียดพอ ที่จะให้เราได้เข้าใจตัวละครจริงๆจังๆเท่าไหร่นัก สิ่งที่ตามมาคือบทสรุปสุขสันต์ที่ชวนเหวอว่าเกิดอะไรขึ้นกับความคิดและการ ตัดสินใจของตัวละครกันแน่ ทำให้หนังเล่าเรื่องได้ไม่สุดเท่าไหร่ในการนำเสนอการดำเนินเรื่อง

ฟอร์มการเล่าเรื่องของหนังก็ดูจะมาแนวหนังอินดี้ทั่วๆไปคือกล้องแฮนด์เฮลด์ สั่นไหวเล็กๆน้อยๆ แต่เมื่อเนื้อหาของมันไม่ละเอียดและไม่น่าสนใจแล้วพอมาอยู่ในฟอร์มนี้มันก็ กลับกลายเป็นน่ารำคาญไปในทันที หนังยังเหมือนจะพูดถึงประเด็นของความอ้างว้างโดดเดี่ยว ปัญหาชีวิตในช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น แต่มันก็ดูตื้นเขินและไร้มิติจนดูเหมือนว่าผู้สร้างคงไม่ได้ตั้งใจจะสะท้อน อะไรมากมายกว่าที่เห็นอยู่ตามนั้น

ซึ่งน่าเสียดายที่หนังเปิดตัวเรื่องได้อย่างสุดยอดมากๆ หากแต่ว่าถ้าหนังจะสามารถให้ตัวละครนำพาเรื่องไปสู่เหตุการณ์หรือประเด็น อะไรที่แข็งแรงกว่านี้ได้ก็คงจะดี