หนังสุดมันส์ Zero Dark Thirty

Zero Dark Thirty

Zero Dark Thirty (Kathryn Bigelow,2012) – 9/10

ในประวัติศาสตร์แต่ละช่วงเวลาก็มักจะมีเหตุการณ์ที่เป็นสงครามประจำช่วง นั้นๆให้คนแต่ละยุคได้มีความรู้สึกเปราะบางอยู่เสมอ ซึ่งในยุคปัจจุบันเห็นทีจะหนีไม่พ้นสงครามก่อการร้ายระหว่างอเมริกา และฝ่ายก่อการที่นำโดยบินลาเดน เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มประทุขึ้นในเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งในตอนนั้นทั่วโลกรู้ได้ทันทีว่าสงครามกำลังเกิดขึ้น และมิอาจจะจบลงได้ง่ายๆ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่ออเมริกาเหมือนกำลังทำสงครามอยู่กับเงา เพราะอีกฝ่ายสามารถหลบซ่อน แฝงเล้น และก่อการได้อย่างเงียบเชียบไม่มีที่มั่น หรือละแวกอาศัยที่สามารถระบุและกวาดล้างได้อย่างชัดเจน ปีแล้วปีเล่าที่สงครามนี้ดำเนินไปภายใต้ความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของคุณค่า ความเป็นมนุษย์ การเมือง และความถูกต้อง ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้เล่าเรื่องของผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการตามล่าตัวบิน ลาเดน

โดยหนังเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วง 9/11 เรื่อยมาผ่านการนำเสนอให้เห็นความโหดร้ายของการทรมาน ความสูญเสีย การตอบโต้กันไปมาของแต่ละฝ่าย ซึ่งท่าทีว่าสงครามจะไม่มีวันจบลงง่ายๆเพราะเราไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าอะไรจะ เป็นเหตุให้เรื่องยุติได้ อย่างมากก็คงทำได้แค่เพียงป้องกันวินาศภัยที่จะเกิด แต่ตัวละครมายาได้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างที่มีในการตามล่าตัวบินลาเดนด้วยความ หวังที่ว่ามันจะเป็นการยุติสงครามได้ ซึ่งเราจะได้เห็นความทุ่มเท และการทำงานหนักตลอดระยะเวลาร่วมสิบปีของตัวละคร ซึ่งเหมือนแค่ว่ามันจำเป็นต้องทำแต่เหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด จนสุดท้ายเมื่อเรื่องราวมันยุติลง บินลาเดนถูกสังหารจริงๆ หนังก็ได้ทิ้งคำถามไว้ให้คนดูได้คิด ซึ่งมันก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่คนดูเองก็ใคร่สงสัยอยู่ดช่นกันนั่นคือ แล้วสงครามนี้สิ้นสุดลงรึยัง เมื่อเรากำจัดหัวหน้าของอีกฝ่ายได้แล้วทุกอย่างมันสิ้นสุดลงหรือยัง และจากนี้ไปเราจะทำยังไงกันต่อไป การตามล่านับสิบปีมันยุติลงแล้วจริงๆหรือ กล่าวได้ว่าตัวหนังเป็นการนำเสนอภาพของสงครามก่อการร้ายที่คลอบคลุมตั้งแต่ การเกิดจนกระทั่งมาถึงจุดยุติลงในยุคสมัย และได้ทิ้งท้ายไว้ตั้งคำถามถึงความว่างเปล่าและสับสนของตัวสงครามก่อการร้าย ครั้งนี้

หนังค่อนข้างนำเสนอโดยให้ตัวละครหญิงเป็นฝ่ายดำเนินเรื่องและมีบทบาทโดดเด่น ชัดเจน จนแว่วว่ามีกลิ่นความเป็นเฟมินิสต์ของผู้กำกับลอยออกมา แต่กระนั้นตัวหนังก็ไม่ได้อวยกันจนเกินท่าทีเพียงแต่ว่าตัวละครที่ดูแวดล้อม นั้นกลับดูแบนๆ และไม่สามารถลงรายละเอียดให้มิติกับตัวละครต่างๆได้เท่าไหร่นัก และนอกจากนี้ก็คือการนำเสนอผู้ก่อการร้ายในแง่มุมที่เป็นคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งแม้กระทั่งบินลาเดนที่นอกจากเราจะยังไม่ได้เห็นหน้าเขาชัดๆแล้ว การตายของเขายังแทบจะไม่ได้เห็นตัวเขาเลยด้วยซ้ำไป

ความโดดเด่นอยู่ที่ความกดดันอันมีองค์ประกอบมาจากความเงียบของเรื่อง และดนตรีประกอบที่ค่อนข้างโทนลึก รบกวนจิตใจทำให้ตัวหนังดูมีความกดดันและระทึกตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ควรจะลุ้นก็สามารถเหยียดจังหวะออกไปได้อย่างดีจนสุดท้ายทั้งความ รู้สึกและเนื้อหาก็ทรงพลังจนกระทบความรู้สึกจนตัวหนังวนเวียนอยู่ในห้วงความ คิดได้เมื่อหนังจบแล้ว