จันดารา

จันดารา ปฐมบท (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล,2012) – 2/10

หม่อมน้อยน่าจะเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาในการปรับการเล่าเรื่องให้มีความเข้า กับสมัยปัจจุบัน หรือกระนั้นจะว่าง่ายๆก็คือลีลาและชั้นเชิงของตัวผู้สร้างนั้นช่างดูแล้ว ประหนึ่งเป็นสื่อไทยสมัยล้าหลังขาดการ พัฒนาที่ตัวละครมีด้านเดียวแบนๆ แสดงแบบเน้นโฉ่งฉ่างมาใหญ่ตลอด การเล่าเรื่องที่เน้นความบีบคั้น แต่การเล่าเรื่องไม่ได้กระเถิบดำเนินเรื่องใดๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเห็นได้ชัดมาตลอดในการทำหนังยุคหลังของตัวเขาเอง ซึ่งยังน่าดีใจที่เขาหยิบยกเอาเนื้อเรื่องของไทยที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วมา ทำ ไม่เช่นนั้นหนังคงน่าผิดหวังแบบไม่มีชิ้นดี

เรื่องดำเนินขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดในจังหวะที่ค่อนข้างเพี้ยนๆ ดูแล้วเป็นจังหวะที่ถูกประดิษฐ์จนขาดความสจริงจนเกินงาม ทั้งยังเรื่องของบทสนทนาของตัวละครแต่ละตัวที่ดูจะแปลกๆ ประหนึ่งว่าท่องตามบทมาแต่ตัวคนพูดไม่มีจิตใจใดๆ จนการทำงานในการสร้างเรื่องราวของหนังนั้นเต็มไปด้วยความน่าขันและสมเพชใน การใช้เวลาในการนั่งดูบางสิ่งที่ค่อนข้างไร้สาระให้หยิบจับ

นิกจากแค่ว่าหนังจะยังไม่สามารถขัดเกลาการนำเสนอองค์ประกอบส่วนย่อยต่างๆให้ ออกมาอยู่ในระดับที่ดีได้แล้ว การดำเนินเรื่องราวยังเป็นส่วนที่น่าผิดหวังอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน โดยหนังตลอดหลายเรื่องที่ผ่านมาของหม่อมน้อยนั้น มักดำเนินเรื่องราบเรียบ เชื่องช้าจนการดำเนินเรื่องราวนั้นแทบไม่มีการขยับใดๆ โดยการแน่นิ่งนั้นก็ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายให้ซึมซับหรืออิ่มเอมคุณค่าทางความ สุนทรีย์แต่อย่างใด กลับมีเพียงการหมกมุ่นเล่าในเรื่องเล็กๆซ้ำไปซ้ำมาจนเราไม่อาจจะจับได้ว่า ต้องการจะนำเสนออะไร และเรื่องแน่นิ่งอยู่ตรงนี้ทำไม โดยในเรื่องนี้ก็เช่นกัน หนังเล่าถึงตัวละครแวดล้อมเรื่องเต็มไปหมดจนเยอะแยะมากมาย มีประเด็นบ้างไม่มีบ้าง โดยส่วนใหญ่จะถูกนเสนอออกมาไม่ให้มีมิติทางตัวละครใดๆซักเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ตัวหนังยังไม่รู้ว่ากำลังจะเล่าอะไร เพราะเราไม่อาจจะจับสาระที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวายและยุ่งเหยิงในการเล่า เรื่องของตัวหนังได้ว่าสาระสำคัญนั้นคืออะไร

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการเอา โช นิชิโนะมาแสดงเรื่องนี้ คงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายใดๆมากไปกว่าการที่อยากจะหานักแสดงมาเล่นบทเปลือยทั้ง ตัวให้ได้ จึงจำต้งใช้ดาราหนังผู้ใหญ่จากต่างแดนคนนี้มาเล่นโดยไม่คำนึงถึงความลำบาก ทางด้านภาษาและการสื่อสาร เพราะตัวละครตัวนี้ดูเป็นสิ่งมีชีวิตน่าขันไปทันทีที่พูดภาษาทยไม่ชัด และถูกสอดแทรกประเด็นเรื่องเพศเข้ามาอย่างไม่มีบทสรุปว่ากำลังจะเล่าเรื่อง สาระอะไรให้ฟัง ซึ่งนอกจากจะสร้างความเชื่อในตัวละครไม่ได้แล้วยังทำให้คนดูติดตามเรื่องไม่ ได้อีกด้วย

ทางด้านการออกแบบเสื้อผ้าของคุณบุญเลื่องนั้นก็ค่อนข้างดูประหลาดและเหนือ จริงจนดูเป็นว่าระดับการเล่าเรื่องนั้นมีคุณค่าเทียบเท่าแค่ละครทีวีที่เอา คอสตูมแปลกๆแรงๆมาใช้จำแนกตัวละครว่าตัวไหนดี ตัวไหนที่ไม่น่าไว้วางใจมากกว่าที่จะเล่าให้เห็นตัวละครและแก่นความเป็น มนุษย์ของแต่ละตัว โดยเมื่อยิ่งทำแบบนี้ความเป็นคนของตัวละครก็ถูกลดลงไปอีกจนดูเหมือนตุ๊กตา ที่ถูกจับแต่งเสื้อผ้าตามใจอยากของผู้สร้างเท่านั้น

ส่วนที่เป็นปัญหาบกพร่องหนักหนาสาหัสที่ช่วยส่งเสริมให้เราเห็นว่าทักษะใน การทำหนังของผู้สร้างมีปัญหาอย่างสมบูรณ์แบบนั้นก็คือการกำกับนักแสดงเพราะ นอกจากว่าทุกครั้งนักแสดงที่ถูกเอามาขึ้นจอนอกจากจะพูดๆอย่างไม่เป็น ธรรมชาติแล้ว ยังดูไม่มีชีวิตจิตใจไม่มีมิติใดๆเลย นอกจากนี้ทัศนคติของผู้สร้างก็ยังทำให้เหล่าผู้หญิงต่างๆที่อยู่ใน เรื่องกลายเป็นอีอ่อยเล่นใหญ่กันไปเสียทุกคน เพราะนอกจากการพูดจาที่ดูเล่นหูเล่นตาผิดมนุษย์มนาแล้วตัวละครทุกตัวเล่น ใหญ่ขนาดที่ว่าช้างตายทั้งตัวก็ยังเอาใบบัวมาปิดไม่มิด จนทำให้หนังทุกๆเรื่องที่ผ่านสายตาของเรานั้นช่างสิ้นหวังในการแสวงหาคุณค่า ทางความบันเทิง และทางสุนทรีย์เพราะนอกจากจะไม่สามารถเล่าออกมาให้สนุกสนานได้แล้ว ก็ยังไม่สามารถจะเป็นกระจกใดๆสะท้อนชีวิตมนุษย์ได้อีกเช่นกัน

สุดท้ายแล้ว จากการกำกับนักแสดงเช่นนี้ทางที่ดีที่จะสร้างหนังให้น่าสนใจได้ควรจะเป็น หนังซอมบี้ หรืออะไรซักอย่างที่ตัวละครไม่ต้องมีชีวิตจริงๆคงจะเหมาะสมเข้ากันได้เป็น อย่างดี และใดๆนอกจากนี้ 2 คะแนนที่ได้ไปนั้นเป็นคะแนนที่ให้เพราะความตั้งใจของผู้ออกแบบเสียงดนตรีปรก อบ และภาพที่ดูแล้วจะพยายามทำงานออกมาให้ดีที่สุด แต่เมื่อมันมารวมๆปะปนกับส่วนอื่นๆแล้วนอกจากความที่มันจะไม่ได้ดีเด่อะไร แล้ว แต่ก็ยังพอทำให้หนังดูมีมูลค่าในการสร้างอยู่บ้างจนไม่ให้มันดูเป็นงานขยะ โดยสมบูรณ์แบบ